Wednesday, January 29, 2014

การเขียน E-mail

การเขียน EMAIL

สาระความรู้เบื้องต้น(ในการเขียน E-mail)การเขียน E-mail


การเริ่มต้นใช้งานอีเมล


อีเมล (ชื่อย่อของ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์) เป็นวิธีที่รวดเร็วและสะดวกในการติดต่อกับผู้อื่น คุณสามารถใช้อีเมลในการ
  • ส่งและรับข้อความ คุณสามารถส่งข้อ ความอีเมลไปให้บุคคลใดก็ได้ที่มีที่อยู่อีเมล ข้อความนั้นจะเข้าไปอยู่ในกล่องอีเมลขาเข้าของผู้รับภายในไม่กี่วินาทีหรือ ไม่กี่นาที ไม่ว่าเขาหรือเธอจะเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่หลังถัดไป หรือใครก็ตามที่อยู่ไกลถึงครึ่งค่อนโลก คุณสามารถรับข้อความจากบุคคลใดก็ตามที่ทราบที่อยู่อีเมลของคุณ จากนั้นคุณก็อ่านแล้วตอบกลับข้อความเหล่านั้น
  • ส่งและรับแฟ้ม นอกจากข้อความอีเม ลที่เป็นข้อความทั่วไปแล้ว คุณยังสามารถส่งแฟ้มชนิดใดก็ได้เกือบทุกชนิดในข้อความอีเมล รวมทั้งเอกสาร รูปภาพ และเพลง แฟ้มที่ส่งมาในข้อความอีเมลเรียกว่า สิ่งที่แนบมา
  • ส่งข้อความไปยังกลุ่มบุคคล คุณสามารถส่งข้อความอีเมลไปให้ผู้รับหลายคนพร้อมกัน ในขณะที่ผู้รับสามารถตอบกลับไปยังกลุ่มทั้งกลุ่มได้ ซึ่งทำให้เกิดการอภิปรายกลุ่ม
  • ส่งต่อข้อความ เมื่อคุณได้รับข้อความอีเมล คุณสามารถส่งต่อไปให้ผู้อื่นได้โดยไม่ต้องพิมพ์ข้อความนั้นใหม่
ข้อดีอย่างหนึ่งของอีเมลเมื่อเปรียบเทียบกับโทรศัพท์หรือจดหมายทั่วไปก็คือ ความสะดวกในการใช้งาน คุณสามารถส่งข้อความในเวลาใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ถ้าผู้รับไม่อยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือไม่ได้ ออนไลน์ (เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต) ในขณะที่คุณส่งข้อความ ผู้รับจะพบอีเมลรออยู่ในเวลาต่อมาที่ตรวจสอบอีเมล ในกรณีที่ผู้รับออนไลน์อยู่ คุณอาจได้รับการตอบกลับภายในไม่กี่นาที
นอกจากนี้ การส่งอีเมลยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ด้วย ซึ่งต่างกับการส่งจดหมายทั่วไป เพราะการส่งอีเมลไม่จำเป็นต้องมีแสตมป์หรือเสียค่าธรรมเนียม และไม่ต้องกังวลว่าผู้รับจะอยู่ที่ใด ค่าใช้จ่ายที่คุณต้องจ่ายมีเพียงค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือ โปรแกรมอีเมลบางโปรแกรมเท่านั้น

ฉันต้องมีสิ่งใดบ้างก่อนที่จะใช้อีเมลได้

เมื่อต้องการใช้อีเมล คุณจำเป็นต้องมีสามสิ่งดังต่อไปนี้
  • การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เมื่อ ต้องการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับอินเทอร์เน็ต คุณต้องลงทะเบียนกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งโดยปกติแล้วจะคิดค่าธรรมเนียมเป็นรายเดือน นอกจากนี้คุณยังต้องมีโมเด็ม ด้วย ดูที่ ฉันต้องมีสิ่งใดบ้างในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  • โปรแกรมอีเมลหรือบริการอีเมลบนเว็บ คุณสามารถดาวน์โหลดหรือซื้อโปรแกรมอีเมลจาก Microsoft หรือผู้ให้บริการอื่น โปรแกรมอีเมลมักมีคุณลักษณะมากกว่า และทำการค้นหาได้รวดเร็วกว่าบริการอีเมลบนเว็บส่วนใหญ่ ก่อนที่คุณจะติดตั้งโปรแกรมอีเมล คุณต้องได้รับข้อมูลบางอย่างจาก ISP ของคุณดังต่อไปนี้ โดยทั่วไปคือ ที่อยู่อีเมล รหัสผ่าน ชื่อของเซิร์ฟเวอร์อีเมลขาเข้าและขาออกของคุณ และรายละเอียดอื่นๆ บางประการ
    ถ้าคุณไม่ต้องการดาวน์โหลดหรือซื้อโปรแกรมอีเมล คุณก็สามารถลงทะเบียนกับบริการอีเมลบนเว็บที่ใช้งานได้ฟรี เช่น Gmail, Windows Live Hotmail หรือ Yahoo! Mail บริการเหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถตรวจดูอีเมลด้วยเว็บเบราว์เซอร์ได้จาก คอมพิวเตอร์ใดๆ ที่เชื่อมต่ออยู่กับอินเทอร์เน็ต แม้ว่าคอมพิวเตอร์นั้นจะเป็นของบุคคลอื่นหรืออยู่ในสถานที่สาธารณะ เช่น ในห้องสมุด
  • ที่อยู่อีเมล คุณสามารถรับที่อยู่ อีเมลจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของคุณ (ISP) หรือจากบริการอีเมลบนเว็บเมื่อคุณลงทะเบียน ที่อยู่อีเมลประกอบด้วยชื่อผู้ใช้ (อาจเป็นชื่อเล่นที่คุณเลือกก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อจริงเสมอไป) เครื่องหมาย @ และชื่อของ ISP หรือผู้ให้บริการอีเมลบนเว็บ ตัวอย่างเช่นsomeone@example.com

ตัวอย่างการเขียน E-MAIL


1. วิธีการสมัครอีเมล์ของ Gmail
em1

1. ให้ทำการเข้าไปที่ http://accounts.google.com หรือ http://gmail.com

em2
2. เมื่อเข้ามาตามลื้งจาก ข้อ1 แล้วให้ทำการคลิกที่ สมัครใช้งาน, create an account, sign up ด้านขวาบนของหน้าจอ เพื่อทำการสมัครอีเมล์

em3
3. จากนั้นจะมาถึงให้หน้าต่างการกรอกข้อมูลการสมัคร
- หมายเลข 1 จะเป็น การกรอกชื่อ – นามสกุล
- หมายเลข 2 จะเป็น ช่องใส่ ชื่อผู้ใช้หรือชื่ออีเมล์ อาทิเช่น Gunoob@gmail.com ในการกรอกขื่อผู้ใช้ ไม่ต้องกรอก@gmail.com ระบบจะทำการกรอกให้โดยอัตโนมัติ
- หมายเลข 3 จะเป็น ช่องสำหรับการสร้างหรือใส่รหัสผ่านของอีเมล์
- หมายเลข 4 จะเป็น ให้เราใส่รหัสผ่านอีเมล์อีกครั้ง เพื่อยืนยัน
- หมายเลข 5 จะเป็น ให้เราใส่วันที่เกิด (วันที่/เดือน/ปี ค.ศ.)
- หมายเลข 6 จะเป็น ให้เราเลือกเพศ จะมีให้เลือกอยู่3อัน 1. หญิง 2. ชาย 3. อื่นๆ
- หมายเลข 7 จะเป็น ให้เราทำการกรอก โทรศัพท์มือถือ โดยให้+66แทนเป็นเลข 0 ตัวแรกของเบอร์ เช่น เบอร์0842231xxx ก็จะเป็น +66842231xxx เป็นต้น
- หมายเลข 8 จะเป็น ให้เราทำการใส่อีเมล์เดิมหรืออีเมล์ปัจจุบันที่เรามี
em4.1
4. ทำการกรอกข้อมูลการสมัครอีเมล์ต่อจาก ข้อ3
- หมายเลข 1 จะเป็น การพิสูจน์ว่าไม่ได้เป็นหุ่นยนต์ โดยถ้าเราติ๊กในวงกลมสีน้ำเงินจะเป็นการยืนยันทางโทรศัพท์ ส่วนถ้าไม่ติ๊กในวงกลมสีฟ้าก็จะเป็นการยืนยันโดยการกรอกอักษรจากในภาพลงในช่องสำหรับกรอก แนะนำให้ยินยันแบบกรอกตัวอักษรตามภาพจะสะดวกกว่า
- หมายเลข 2 จะเป็น การเลือกตำแหน่งที่อยู่ ให้ทำการเลือก ไทยจากนั้นทำการติ๊กในวงกลมสีเขียว เพื่อยอมรับเงือนไขต่างๆ และทำการกดที่ ขั้นตอนถัดไป
em5
5. เมื่อกด ขั้นตอนถัดไปแล้ว ก็จะมาหน้าต่างนี้ ถ้าต้องการจะเพิ่มรูปภาพโปรไฟล์ ให้ทำการคลิกที่วงกลมสีน้ำเงิน ถ้าต้องการแก้ไขในภายหลังให้ทำการ คลิกที่ ขั้นตอนถัดไป วงกลมสีแดงได้เลย
em6
6. เท่านี้การสมัคร Gmail ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยทำการกด เริ่มต้นใช้งาน ได้เลย
2. วิธีการสมัครอีเมล์ของ Hotmail
emh1
1. ให้ทำการเข้าไปที่ https://login.live.com หรือ http://hotmail.com
emh2
2. เมื่อเข้ามาถึงหน้าเว็บล๊อกอินของ Hotmail แล้วตาม ข้อ1 ให้เราทำการคลิกที่ ลงทะเบียนเดี๋ยวนี้
emh3
3. เมื่อทำการคลิกที่ ลงทะเบียนเดี๋ยวนี้ ตามข้อ2 แล้วก็จะมาในหน้าต่างการสมัคร ให้เราทำการกรอกข้อมูลการสมัครให้ครบถ้วน
- หมายเลข 1 จะเป็น ให้เราำทำการกรอก ชื่อ – นามสกุล
- หมายเลข 2 จะเป็น ให้เราำทำการกรอก (วัน/เดือน/ปี พ.ศ.) ปีเกิด
- หมายเลข 3 จะเป็น ให้เราทำการเลือก เพศ โดยจะมีให้เลือก 1. ชาย 2. หญิง 3. ไม่ระบุ
- หมายเลข 4 จะเป็น ให้เราทำการตั้ง ชื่อบัญชี หรือ สร้างชื่อของอีเมล์ ในส่วนข้างหลัง @ นั้นเราสามารถทำการเลือกได้ โดยจะมีให้เราเลือกคือ
1. xxx@outlook.co.th
2. xxx@outlook.com
3. xxx@hotmail.co.th
4. xxx@hotmail.com
5. xxx@windowslive.com
- หมายเลข 5 จะเป็น ให้เราทำการสร้างรหัสผ่าน ของอีเมล์รหัสผ่านต้องมีตัวพิมพ์ใหญ่เล็ก ตัวเลขและสัญลักษณ์ผสมกัน
- หมายเลข 6 จะเป็น ให้เราทำการป้อนรหัสผ่านอีกครั้งเพื่อยืนยัน
- หมายเลข 7 จะเป็น ให้เราทำการเลือกหมายเลขโทรศัพท์ของแต่ละประเทศ ในที่นี้ให้เลือก ไทย(+66) สำหรับคนที่อยู่ประเทศไทย
- หมายเลข 8 จะเป็น ให้เราทำการกรอกเบอร์โทรศัพท์ อาทิเช่น 0842231xxx เป็นต้น
- หมายเลข 9 จะเป็น ให้เราทำการกรอกอีเมล์แอดเดรสสำรอง หรือ อีเมล์ต่างบัญชี ใช้สำหรับหากลืมรหัสผ่าน
จากนั้นให้ทำการคลิกที่หรือ เลือกคำถามรักษาความปลอดภัย เพื่อทำการตั้งคำถาม ใช้สำหรับหากลืมรหัสผ่าน
emh4
4. ทำการกรอกข้อมูลการสมัครอีเมล์ต่อจาก ข้อ3
- หมายเลข 1 จะเป็น ให้เราทำการตั้งคำถาม โดยจะมีให้เลือกอยู่ด้วยกัน 6 คำถาม
1. สถานที่เกิดของมารดา?
2. เพื่อนสนัทในวัยเด็ก?
3. ชื่อของสัตว์เลี้ยงตัวแรก?
4. คุณครูที่ชื่นชอบ?
5. บุคคลในประวัติศาสตร์ที่ชื่นชอบ?
6. อาชีพของคุณปู่?
- หมายเลข 2 จะเป็น ให้เราทำการตั้งคำตอบของคำถามด้านบน ให้ตั้งอย่างน้อย 5 อักขระ
- หมายเลข 3 จะเป็น ให้เราทำการเลือก ประเทศ หรือ ภูมิภาคของตน ให้ทำการเลือก ไทย ถ้าเป็นคนไทย
- หมายเลข 4 จะเป็น ให้เราทำการกรอก รหัสไปรษณีย์ ของที่อยู่ปัจจุบัน
- หมายเลข 5 จะเป็น ให้เราป้อนอักขระ ตามภาพด้านบน เพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่ใช่หุ่นยนต์
จากนั้นพอกรอกข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เราทำการคลิกที่ ยอมรับ เพื่อทำการสมัครอีเมล์
emh5
5. เมื่อมาถึงในหน้านี้ ทำการอ่านข้อความเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ทำการคลิกที่ ดำเนินการต่อในกล่องขาเข้า
emh6
6. เท่านี้การสมัครอีเมล์ ของ Hotmail.com ก็เป็นอันเสร็จสิ้น
คำศัพท์
BCC
  • ในความหมายของอีเมล หมายถึง Blind Carbon Copy ซึ่งมีความหมายเป็นภาษาไทยคือ การ สำเนาอีเมล ให้บุคคลหนึ่งหรือคนกลุ่มหนึ่ง โดยมีหลักการคือ ผู้รับทั้งหมดที่เราใส่ในช่อง To หรือ CC จะไม่ทราบว่าา เราได้ทำการส่งให้บุคคลนี้ด้วย
  • CC
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง Carbon Copy ซึ่งมีความหมายคือ สำเนา เป็นการส่งให้ผู้รับที่อยู่ในช่อง CC ทราบว่า เราได้ส่งอีเมลนี้โดยตรงถึงใคร และคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นผู้รับ แต่เป็นการให้รับทราบเท่านั้น
  • Composs
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง New Mail หรือการเขียนเมลใหม่ขึ้นมานั้นเอง
  • Drafts
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง โฟลเดอร์ที่ใช้สำหรับเก็บเมลที่เขียนไว้ ยังไม่เสร็จ และยังไม่ได้มีการส่งออก
  • Deleted Items
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง อีเมลที่เราลบทิ้ง ปกติอีเมลที่เราลบจะถูกพักในโฟลเดอร์ Deleted Items นี้ ซึ่งเรายังสามารถเรียกหรือกู้กลับมาได้เช่นเดียวกันกับ Recycle Bin นั่นเอง
  • E-mail
    ย่อมาจากคำว่า Electronic Mail หมายถึงการส่งอีเมลผ่านทางเครือข่ายออนไลน์ หรือทางอินเตอร์เน็ต
  • E-mail Address
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง ชื่อของเรา ที่ใช้สำหรับการระบุตัวตนของเรา Email Address เปรียบได้กับบ้านเลขที่ที่ใช้สำหรับการส่งจดหมายอิเล็คทรอนิกส์นั่นเอง
  • Form
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง ผู้ส่ง นั่นก็คือตัวเรานั่นเอง ในช่อง Form โดยปกติเราไม่จำเป็นต้องใส่ชื่ออีเมลของเรา เพราะระบบอีเมลจะใส่ให้อัตโนมัติอยู่แล้ว
  • Forward, Forwarding Mail
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง การส่งต่อเีมลที่ได้รับไปยังอีกบุคคลหรือกลุ่มบุคคลหนึ่ง
  • HTML Format
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง การเขียนเมลที่รองรับการตกแต่งตัวอักษร รองรับการแทรกไฟล์รูปภาพ เป็นต้น ทั้งนี้ถ้าเรามีการกำหนดเมลให้รองรับการใช้ HTML Format เราก็จะสามารถรับเมลที่มีรูปภาพประกอบได้ด้วย
  • IMAP
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง ระบบเมลที่ทำงานแบบออนไลน์ เมลทั้งหมดจะเก็บบน Server ตลอดเวลา ซึ่งจะมีผลทำให้เราสามารถตรวจสอบเมลได้ทุกเมื่อ แต่ผลเสียก็คือ จะต้องใช้ Server ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าปกติ เมื่อเปรียบเทียบกับ POP3 ส่วนความหมายของ IMAP ย่อมาจาก Internet Message Access Protocol
  • Inbox
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง เมลที่ถูกส่งเข้ามายังโฟลเดอร์ Inbox
  • Junk email
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง เมลขยะ เป็นเมลที่มักจะถูกส่งออกจากผู้ที่เราไม่ได้ติดตั้ง แต่มักมีการส่งออกจำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าและหรือบริการของตนเอง
  • Reply, Reply All
    ในความหมายของอีมเล หมายถึง การตอบกลับอีเมล กรณี Reply All หมายถึง การตอบกลับทุกๆ คนที่มีชื่อ Email Address อยู่ในเมลฉบับนั้นๆ
  • Rich Text?
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง รูปแบบการเขียนอีเมล ให้รองรับการตกแต่งตัวอักษร และรูปภาพ เพื่อความสวยงาม มีลักษณะคล้ายกับ HTML Format อย่างไรก็ตาม โปรแกรมอีเมลที่ใช้งาน ก็ต้องมีการกำหนดค่าให้เป็น Rich Text เช่นเดียวกัน จึงจะสามารถอ่านข้อความและดูรูปภาพได้อย่างสวยงามเช่นกัน
  • Out Of Office
    ในทางความหมายอีเมล หมายถึง การที่เราไม่อยู่ในที่ทำงาน อาจเป็นเพราะการลาพักร้อนหรือไปทำงานนอกสถานที่ ทำให้ไม่สามารถตอบเมลนั้นๆ ได้ ดังนั้น จึงมีการตั้งค่าให้ระบบเมลตอบกลับอัตโนมัติในลักษณะ Auto Reply นั่นเอง
  • Outbox
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง เมลที่กำลังจะถูกส่งออกไป โดยจะมีการรอที่โฟลเดอร์นี้ก่อน รอการส่งออกนั่นเอง
  • POP3
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง รูปแบบการส่งอีเมลประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นที่นิยมใช้งานมากที่สุด ราคาประหยัดมาก สำหรับคำว่า POP3 ย่อมาจาก Post Office Protocol เวอร์ชั่น 3
  • Plian Text
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง การส่งเมลออก โดยจะมีเฉพาะตัวอักษร เท่านั้น ไม่สามารถส่งในลักษณะข้อความตัวเล็กใหญ่ หรือการแนบไฟล์ภาพก็ไม่ได้เช่นกัน
  • Sent Items
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง โฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์อีเมลที่ถูกส่งออกไป เพื่อใช้สำหรับการตรวจสอบย้อนหลัง
  • Signature
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง คำลงท้ายในอีเมลที่เราเขียน เหมาะสำหรับการใส่ชื่อและที่อยู่ในการติดต่อรวมทั้งอาจใส่ชื่อเว็บไซต์ด้้วย โดยปกติเวลาเราสร้าง Signature เรามักกำหนดให้แสดง Signature ทุกๆ ครั้งที่เราเขียนเมล รวมทั้งเวลาเราตอบกลับอีกด้วย
  • Tagline
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง การใส่รูปภาพ ข้อความ ตอนท้ายของจดหมาย ทั้งนี้ Tagline มักจะใช้ควบคู่กับ Signature จนแทบจะเป็นเรื่องเดียวกันเลย
  • To
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง ผู้รับ ที่เราต้องการส่งอีเมลให้ โดยจะมีการใส่ชื่อที่อยู่อีเมลของผู้รับที่ช่อง To นี้ การใส่สามารถใส่ได้มากกว่าหนึ่งอีเมล โดยจะใช้เครื่องหมาย semi-colon (;) ในการขั้นระหว่างอีเมล
  • Unread / read?
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง อีเมลที่ได้รับ แต่ยังไม่ได้อ่าน / อ่านแล้ว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการทราบสถานะของเมลนั้นๆ ว่า เราได้ทำการอ่านแล้วหรือยัง เพื่อเป็นตัวช่วยในการตรวจสอบเมลที่ยังค้างอยู่นั่นเอง
  • Webmail
  • ในความหมายของอีเมล หมายถึง การรับส่งเมลผ่านทางเว็บไซต์ ตัวอย่างเช่น Gmail เป็นต้น
  • BCC
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง Blind Carbon Copy ซึ่งมีความหมายเป็นภาษาไทยคือ การ สำเนาอีเมล ให้บุคคลหนึ่งหรือคนกลุ่มหนึ่ง โดยมีหลักการคือ ผู้รับทั้งหมดที่เราใส่ในช่อง To หรือ CC จะไม่ทราบว่าา เราได้ทำการส่งให้บุคคลนี้ด้วย
  • CC
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง Carbon Copy ซึ่งมีความหมายคือ สำเนา เป็นการส่งให้ผู้รับที่อยู่ในช่อง CC ทราบว่า เราได้ส่งอีเมลนี้โดยตรงถึงใคร และคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นผู้รับ แต่เป็นการให้รับทราบเท่านั้น
  • Composs
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง New Mail หรือการเขียนเมลใหม่ขึ้นมานั้นเอง
  • Drafts
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง โฟลเดอร์ที่ใช้สำหรับเก็บเมลที่เขียนไว้ ยังไม่เสร็จ และยังไม่ได้มีการส่งออก
  • Deleted Items
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง อีเมลที่เราลบทิ้ง ปกติอีเมลที่เราลบจะถูกพักในโฟลเดอร์ Deleted Items นี้ ซึ่งเรายังสามารถเรียกหรือกู้กลับมาได้เช่นเดียวกันกับ Recycle Bin นั่นเอง
  • E-mail
    ย่อมาจากคำว่า Electronic Mail หมายถึงการส่งอีเมลผ่านทางเครือข่ายออนไลน์ หรือทางอินเตอร์เน็ต
  • E-mail Address
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง ชื่อของเรา ที่ใช้สำหรับการระบุตัวตนของเรา Email Address เปรียบได้กับบ้านเลขที่ที่ใช้สำหรับการส่งจดหมายอิเล็คทรอนิกส์นั่นเอง
  • Form
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง ผู้ส่ง นั่นก็คือตัวเรานั่นเอง ในช่อง Form โดยปกติเราไม่จำเป็นต้องใส่ชื่ออีเมลของเรา เพราะระบบอีเมลจะใส่ให้อัตโนมัติอยู่แล้ว
  • Forward, Forwarding Mail
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง การส่งต่อเีมลที่ได้รับไปยังอีกบุคคลหรือกลุ่มบุคคลหนึ่ง
  • HTML Format
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง การเขียนเมลที่รองรับการตกแต่งตัวอักษร รองรับการแทรกไฟล์รูปภาพ เป็นต้น ทั้งนี้ถ้าเรามีการกำหนดเมลให้รองรับการใช้ HTML Format เราก็จะสามารถรับเมลที่มีรูปภาพประกอบได้ด้วย
  • IMAP
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง ระบบเมลที่ทำงานแบบออนไลน์ เมลทั้งหมดจะเก็บบน Server ตลอดเวลา ซึ่งจะมีผลทำให้เราสามารถตรวจสอบเมลได้ทุกเมื่อ แต่ผลเสียก็คือ จะต้องใช้ Server ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าปกติ เมื่อเปรียบเทียบกับ POP3 ส่วนความหมายของ IMAP ย่อมาจาก Internet Message Access Protocol
  • Inbox
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง เมลที่ถูกส่งเข้ามายังโฟลเดอร์ Inbox
  • Junk email
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง เมลขยะ เป็นเมลที่มักจะถูกส่งออกจากผู้ที่เราไม่ได้ติดตั้ง แต่มักมีการส่งออกจำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าและหรือบริการของตนเอง
  • Reply, Reply All
    ในความหมายของอีมเล หมายถึง การตอบกลับอีเมล กรณี Reply All หมายถึง การตอบกลับทุกๆ คนที่มีชื่อ Email Address อยู่ในเมลฉบับนั้นๆ
  • Rich Text?
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง รูปแบบการเขียนอีเมล ให้รองรับการตกแต่งตัวอักษร และรูปภาพ เพื่อความสวยงาม มีลักษณะคล้ายกับ HTML Format อย่างไรก็ตาม โปรแกรมอีเมลที่ใช้งาน ก็ต้องมีการกำหนดค่าให้เป็น Rich Text เช่นเดียวกัน จึงจะสามารถอ่านข้อความและดูรูปภาพได้อย่างสวยงามเช่นกัน
  • Out Of Office
    ในทางความหมายอีเมล หมายถึง การที่เราไม่อยู่ในที่ทำงาน อาจเป็นเพราะการลาพักร้อนหรือไปทำงานนอกสถานที่ ทำให้ไม่สามารถตอบเมลนั้นๆ ได้ ดังนั้น จึงมีการตั้งค่าให้ระบบเมลตอบกลับอัตโนมัติในลักษณะ Auto Reply นั่นเอง
  • Outbox
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง เมลที่กำลังจะถูกส่งออกไป โดยจะมีการรอที่โฟลเดอร์นี้ก่อน รอการส่งออกนั่นเอง
  • POP3
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง รูปแบบการส่งอีเมลประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นที่นิยมใช้งานมากที่สุด ราคาประหยัดมาก สำหรับคำว่า POP3 ย่อมาจาก Post Office Protocol เวอร์ชั่น 3
  • Plian Text
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง การส่งเมลออก โดยจะมีเฉพาะตัวอักษร เท่านั้น ไม่สามารถส่งในลักษณะข้อความตัวเล็กใหญ่ หรือการแนบไฟล์ภาพก็ไม่ได้เช่นกัน
  • Sent Items
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง โฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์อีเมลที่ถูกส่งออกไป เพื่อใช้สำหรับการตรวจสอบย้อนหลัง
  • Signature
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง คำลงท้ายในอีเมลที่เราเขียน เหมาะสำหรับการใส่ชื่อและที่อยู่ในการติดต่อรวมทั้งอาจใส่ชื่อเว็บไซต์ด้้วย โดยปกติเวลาเราสร้าง Signature เรามักกำหนดให้แสดง Signature ทุกๆ ครั้งที่เราเขียนเมล รวมทั้งเวลาเราตอบกลับอีกด้วย
  • Tagline
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง การใส่รูปภาพ ข้อความ ตอนท้ายของจดหมาย ทั้งนี้ Tagline มักจะใช้ควบคู่กับ Signature จนแทบจะเป็นเรื่องเดียวกันเลย
  • To
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง ผู้รับ ที่เราต้องการส่งอีเมลให้ โดยจะมีการใส่ชื่อที่อยู่อีเมลของผู้รับที่ช่อง To นี้ การใส่สามารถใส่ได้มากกว่าหนึ่งอีเมล โดยจะใช้เครื่องหมาย semi-colon (;) ในการขั้นระหว่างอีเมล
  • Unread / read?
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง อีเมลที่ได้รับ แต่ยังไม่ได้อ่าน / อ่านแล้ว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการทราบสถานะของเมลนั้นๆ ว่า เราได้ทำการอ่านแล้วหรือยัง เพื่อเป็นตัวช่วยในการตรวจสอบเมลที่ยังค้างอยู่นั่นเอง
  • Webmail
    ในความหมายของอีเมล หมายถึง การรับส่งเมลผ่านทางเว็บไซต์ ตัวอย่างเช่น Gmail เป็นต้น
 

By

 
Sirirat  Paesuwan
 

Thursday, January 16, 2014

Punctuation Marks

Punctuation Marks

 


การใช้เครื่องหมายวรรคตอนในภาษาอังกฤษ (Punctuation)


Period ( . )
   1.ใช้เมื่อจบประโยคในประโยคบอกเล่าหรือประโยคคำสั่ง
I saw the boy.
Let’s go to the shop.
Give me the pen please.
   2.ใช้หลังอักษรย่อต่างๆหรือคำย่อ
Dr.=Doctor, adv.=adverb U.S.A.=United States of America

Comma ( , )
   1.ใช้คั่นเพื่อแยกคำนามซ้อน
Thailand, a country in Asia, is famous for its beautiful temples.
   2.ใช้แยกระหว่างคำที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันเช่น
I want a car, a motorcycle, and a bicycle.
   3.ใช้แยกคำคุณศัพท์ที่บอกสี
a blue, yellow bicycle
   4.ใช้แยกคำคุณศัพท์ที่ตามหลังคำนาม
The modal is dark, tall and handsome.
   5.คั่นข้างหน้าหรือข้างหลังชื่อ เช่น
Christina, where have you been?
What would you like to eat, Pranee?
   6.คั่นประโยคที่ตามหลัง Yes, No และ Well ที่ขึ้นต้นประโยค
Are you Thai? Yes, I am.
Well, I’m not sure if I can do that
   7.ใช้เพื่อแยกข้อความในประโยคคำพูดเช่น
He said, “They are happy.”
   8.คั่นระหว่างปีที่ตามหลังเดือน, ถนนกับเมือง,เมืองกับประเทศเช่น
Today is May 4th, 2000.
Dang lives at 56 Sukumvit Road, Bangkok.

Semi-colon ( ; )
   1.ใช้คั่นประโยคที่มีเครืองหมาย comma คั่นอยู่แล้วเช่น
Hello, Nittaya; Please come here.
   2.ใช้ทำหน้าเพื่อเชื่อมประโยคสองประโยคที่มีเนื้อหาเกี่ยวพันกันวางไว้หน้า adverbได้แก่คำว่า
therefore(ดังนั้น) besides(นอกจากนี้) เป็นต้น
Canada is very cold; therefore people must wear heavy coats in the winter.
  Brackets/ Parentheses ( () )การใช้เครื่องหมาย Brackets มีหลักเกณฑ์การใช้ดังต่อไปนี้ - ใช้เพื่อแยกข้อมูล      พิเศษหรือความคิดเห็นในส่วนที่เหลือของประโยค เช่น       Mount Robson (12 972 feet) is the highest mountain in the Canadian Rockies       He thinks that modern music (i.e. anything written after 1900) is rubbish. - ใช้กับข้อข้อความที่ชี้บอกผู้อ่านให้ไปอ่านอีกตอนหนึ่งในหนังสือเล่มเดียวกัน เช่น      This moral ambiguity is a feature of Shakespeare’s later works (see Chapter Eight). 


Colon ( : )
   1.ใช้ colon ก่อนการประโยคอธิบาย
He decided to buy a car:he had to travel to the remote area.
   2.ใช้แจ้งรายการ ซึ่งนิยมใช้หลังคำเหล่านี้ the following หรือ as follows เป็นต้น เช่นWe require the following for our camping trip: tent, bags, and boots.

Question Mark ( ? )
ใช้กับประโยคคำถามเช่น
Is that food hot?
What is your nationality?
Do you like durian?
How tall are you?

Exclamation Mark ( ! )
ใช้หลังคำอุทานหรือประโยคอุทาน R>Oh! you are so beautiful.
Watch out!
Go away!

Apostrophe ( ‘ )
   1.ใช้แสดงความเป็นเจ้าของของคำนามทั้งนามเอกพจน์และนามพหูพจน์ เช่น
The doctor’s car
The men’s club
Somkiet’s dog
   2.ใช้แสดงความเป็นเจ้าของของคำนามพหูพจน์ที่เติม s หรือชื่อเฉพาะที่มี s เช่น
The girls’ books
Charles’ school
   3.ใช้คำย่อหรือรูปย่อ
can’t (cannnot)
it’s (it is)
I’d rather (I woud rather)

Quotation Marks ( ” ” )
ใช้เขียนคร่อมข้อความที่เป็นประโยคคำพูดเช่น
He said, “I am going home.”
“I can help you move,” Narong volunteered

Hypen ( – )
ใช้เพื่อเชื่อมคำสองคำให้เป็นคำเดียวกันเช่น
ex-husband
anti-American
two-day holiday

Dash ( - - )
ใช้เพื่อเน้นข้อความที่แทรกเข้ามาเพื่ออธิบายหรือใช้คั่นคำละไว้ในฐานที่เข้าใจหรือเปลี่ยนใหม่ เช่น
I got lost, forgot my bag, and missed my plane– it was a terrible trip.
If I had a lot of money, I would —Oh, what am I thinking? I will never be rich.

Colon ( : ) ใช้ colon ก่อนการประโยคอธิบาย เช่น He decided to buy a car: he had to travel to the remote area.
ใช้แจ้งรายการ ซึ่งนิยมใช้หลังคำเหล่านี้ the following หรือ as follows เป็นต้น เช่น We require the following for our camping trip: tent, bags, and boots.

Oblique / Slash ( / )ใช้แทรกระหว่างประโยคเพื่อแทนคำว่า หรือ เช่น
Please insert your card/cash into the machine.



แบบฝึกหัด


  1) ___________ legs broke last week.
ก. The hens’s
     ข. The hens’s of
     ค. The hens’
     ง. The hens

  2) These are ___________ cousins.
     ก. Mary’
     ข. Mary’s
     ค. Mary s’
     ง. Mary

 3) A: Whose guns are those? B: There are _______________.
     ก. the polices’ guns
     ข. the police’ guns
     ค. the police guns
     ง. the police’s guns

4) The white shoes is _______________.
     ก. my parents’
     ข. my parents
     ค. my parents’s
     ง. my parents’

5) They are looking at ____________ the clock
     ก. the hands’
     ข. the hands’s
     ค. the hands to
     ง. the hands of

6) The elephants _______ tai is long.
    ก. of
    ข. to
    ค. ’s
    ง. ’

7) A: Whose pen is that? B: It’s ____________.
   ก. Tim
   ข. of Tim
   ค. Tim’
   ง. Tim’s

8) A: Whose car is this? B: It is ____________.
   ก. the Smiths’s
   ข. the Smiths’
   ค. the Smith is
   ง. the smith car

9) My brother cut ___________ the big tree
    ก. the branches of
    ข. the branche’s
    ค. the branches’
    ง. the branches

10) Look at ______________________.
    ก. the childrens’ toy is dirty
    ข. the children’s toy is dirty
    ค. the childrens’s toy is dirty
    ง. the children’ toy is dirty












Link

http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_exam.php?mul_content_id=910
http://www.tlcthai.com/education/knowledge-online/content-edu/english-content-edu/16639.html
https://www.youtube.com/watch?v=nyiMo5loaGs
https://www.youtube.com/watch?v=zmXVhw67Euc



ฺัBy


Sirirat Paesuwan